เมื่อลิฟต์หยุดระหว่างชั้น สิ่งสำคัญที่สุดคืออยู่ในห้องโดยสาร ขอความช่วยเหลือผ่านอุปกรณ์ฉุกเฉิน และไม่พยายามงัดประตูหรือปีนออกด้วยตนเอง บทความนี้สรุปขั้นตอนที่ผู้โดยสารและผู้ดูแลอาคารควรรู้ เพื่อให้ทุกคนรับมือเหตุการณ์ได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบ
ลิฟต์เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญในอาคารสูง ไม่ว่าจะเป็นในที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ลิฟต์ที่ใช้งานมานานมักจะเกิดปัญหาต่างๆ เช่น เสียบ่อย ทำงานไม่ราบรื่น หรือมีความปลอดภัยต่ำ การปรับปรุงลิฟต์ให้ทันสมัยจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาเหล่านี้
เมื่อสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น หลายคนลังเลว่าจะใช้ลิฟต์ลงจากอาคารได้หรือไม่ คำตอบสำหรับผู้ใช้อาคารทั่วไปคือ อย่าใช้ลิฟต์โดยสารธรรมดาในการอพยพ ให้ทำตามแผนฉุกเฉินของอาคารและใช้เส้นทางหนีไฟที่กำหนด เว้นแต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหรือผู้ควบคุมเหตุจะสั่งเป็นอย่างอื่น
อย่างไรก็ตาม “ลิฟต์” ในแผนอัคคีภัยไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ชนิดเดียวทั้งหมด ลิฟต์โดยสารทั่วไป ลิฟต์สำหรับนักผจญเพลิง และลิฟต์อพยพ มีวัตถุประสงค์ ระบบป้องกัน และผู้ควบคุมต่างกัน บทความนี้ช่วยให้ผู้ใช้อาคารและผู้ดูแลอาคารแยกบทบาทได้ถูกต้อง
หลังน้ำท่วม การแจ้งช่างเพียงว่า “น้ำเข้าลิฟต์” อาจยังไม่เพียงพอ เพราะระดับน้ำ ตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ ระยะเวลาที่แช่น้ำ และสถานะระบบไฟฟ้าของแต่ละอาคารแตกต่างกัน ข้อมูลและภาพถ่ายที่เป็นระบบช่วยให้ช่างเตรียมคน เครื่องมือ อะไหล่ และขอบเขตการตรวจได้เหมาะสมขึ้น รวมถึงช่วยประกอบการประเมินความเสียหายและการเคลมประกัน
อย่างไรก็ตาม การบันทึกข้อมูลต้องทำจากพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัยแล้วเท่านั้น ห้ามเปิดประตูชั้น ลงบ่อลิฟต์ เปิดตู้ควบคุม หรือสัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อถ่ายภาพด้วยตนเอง งานภายในพื้นที่จำกัดและส่วนที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าต้องเป็นหน้าที่ของผู้มีความรู้และได้รับอนุญาต
ก่อนทำความสะอาดหรือเคลื่อนย้ายสิ่งของ ให้บันทึกเหตุการณ์เท่าที่ทราบ ได้แก่ วันที่และเวลาที่เริ่มพบน้ำ ระดับน้ำสูงสุดโดยประมาณ เวลาที่หยุดใช้งานลิฟต์ เวลาที่ตัดไฟ และเวลาที่เริ่มสูบน้ำ หากมีฝนตกซ้ำ น้ำไหลย้อน หรือไฟดับหลายครั้ง ให้บันทึกแยกไว้ด้วย
ข้อมูลลำดับเวลาช่วยให้ช่างประเมินได้ว่าอุปกรณ์ใดอาจสัมผัสน้ำหรือความชื้นนานเพียงใด และช่วยแยกอาการที่เกิดก่อนน้ำท่วมออกจากอาการที่เกิดหลังเหตุการณ์
แนวทางของ National Flood Insurance Program แนะนำให้บันทึกความเสียหายก่อนทำความสะอาด โดยถ่ายทั้งมุมกว้างและระยะใกล้ สำหรับพื้นที่ลิฟต์ควรเริ่มจากภาพรวมของโถงลิฟต์แต่ละชั้น ทางที่น้ำไหลเข้ามา และตำแหน่งประตูชั้นเมื่อเทียบกับคราบน้ำ
จากนั้นจึงถ่ายรายละเอียดที่มองเห็นได้จากพื้นที่ปลอดภัย เช่น คราบระดับน้ำ ตะกอนบริเวณธรณีประตู สนิมหรือสีเปลี่ยน อุปกรณ์ภายนอกที่หลุด และร่องรอยความเสียหายรอบผนัง ไม่ควรใช้โทรศัพท์หรือไม้ยื่นเข้าไปในช่องประตูหรือปล่องลิฟต์
ภาพคราบน้ำจะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเห็นตำแหน่งอ้างอิง เช่น พื้นสำเร็จ ธรณีประตู ปุ่มกดชั้น หรือผนังข้างประตู ควรถ่ายภาพให้เห็นทั้งคราบน้ำและบริเวณโดยรอบในเฟรมเดียว แล้วจึงถ่ายภาพใกล้เพิ่มเติม
หากวัดระดับได้จากจุดปลอดภัย ให้ระบุหน่วยและจุดที่ใช้วัดอย่างชัดเจน ไม่ควรเดาตัวเลขจากภาพเพียงอย่างเดียว และห้ามลงไปวัดในบ่อลิฟต์หรือพื้นที่ที่ยังมีน้ำขัง
อาคารที่มีลิฟต์หลายตัวควรแยกข้อมูลรายเครื่อง ระบุหมายเลขลิฟต์ ตำแหน่งหรืออาคาร ยี่ห้อ รุ่น หมายเลขเครื่อง และบริษัทที่ดูแล หากมีป้ายข้อมูลอยู่ในบริเวณที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย ให้ถ่ายภาพป้ายทั้งแผ่นให้ชัดเจน
ควรแนบประวัติซ่อมล่าสุด รายการอะไหล่ที่เพิ่งเปลี่ยน รายงานตรวจครั้งก่อน และคู่มือที่มีอยู่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ช่างตรวจสอบสเปกและเปรียบเทียบสภาพก่อนกับหลังน้ำท่วมได้เร็วขึ้น
จด Error code ที่ปรากฏก่อนปิดระบบ รวมถึงเสียง กลิ่น การสั่น ประตูค้าง การจอดไม่ตรงชั้น หรือไฟแสดงผลผิดปกติ หากมีกล้องวงจรปิดหรือบันทึกแจ้งเหตุของอาคาร ให้เก็บเวลาที่เกี่ยวข้องไว้
ข้อมูลนี้ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงก่อนหยุดระบบ ไม่ควรเปิดไฟหรือรีเซ็ตลิฟต์เพื่อสร้าง Error code ใหม่ OSHA เตือนว่าเมื่อมีน้ำอยู่ใกล้วงจรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ต้องควบคุมแหล่งจ่ายและไม่เข้าใกล้อุปกรณ์ขณะพื้นเปียก
เพื่อให้สื่อสารง่าย ควรแบ่งรายงานอย่างน้อยเป็น 4 พื้นที่:
หากไม่ทราบว่าบางพื้นที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ ให้ระบุว่า “ยังไม่ได้ตรวจ” แทนการสรุปว่า “ไม่เสียหาย”
การส่งไฟล์ควรตั้งชื่อให้อ่านง่าย เช่น อาคาร-ลิฟต์หมายเลข-วันที่-ตำแหน่งภาพ และเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ ไม่ควรแก้ไขภาพจนทำให้รายละเอียดหรือวันที่สูญหาย
หลังการตรวจ ควรขอรายการพื้นที่และอุปกรณ์ที่ตรวจ พบอะไรบ้าง รายการที่ต้องทำความสะอาด ซ่อม หรือเปลี่ยน ผลการทดสอบ ข้อจำกัดในการใช้งาน และผู้รับผิดชอบการอนุมัติเปิดระบบ หากมีข้อบกพร่องที่ยังไม่แก้ ควรระบุสถานะและเงื่อนไขติดตามให้ชัดเจน
HSE ระบุว่าหลังเหตุการณ์พิเศษซึ่งอาจกระทบความปลอดภัยของอุปกรณ์ยก ควรมีการตรวจโดยผู้มีความรู้และจัดทำรายงาน ข้อมูลนี้ใช้เป็นหลักการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่ข้อยืนยันข้อกฎหมายไทย อาคารต้องพิจารณากฎหมายในพื้นที่ คู่มือผู้ผลิต และผู้รับผิดชอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องด้วย
ข้อมูลที่ดีไม่ได้แทนการตรวจหน้างาน แต่ช่วยให้การตรวจเริ่มต้นได้ตรงจุดและลดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน หลักสำคัญคือบันทึกภาพรวมก่อนภาพใกล้ ระบุระดับน้ำและลำดับเหตุการณ์ แยกข้อมูลรายเครื่อง และไม่เสี่ยงเข้าไปในพื้นที่อันตรายเพื่อให้ได้ภาพ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ น้ำท่วมกับลิฟต์ควรทำอย่างไร? 7 ขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย, น้ำเข้าบ่อลิฟต์แล้ว อะไหล่และระบบใดเสี่ยงเสียหายบ้าง? และ หลังน้ำลด เปิดลิฟต์ได้เมื่อไร? หากต้องการส่งข้อมูลให้ทีม SPC ประเมินเบื้องต้น โปรดใช้หน้า ติดต่อ SPC
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ ณ สถานที่ งานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า บ่อลิฟต์ ปล่องลิฟต์ ห้องเครื่อง และอุปกรณ์นิรภัยต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้และได้รับอนุญาต
เมื่อน้ำลดและพื้นบริเวณลิฟต์ดูแห้ง หลายอาคารอาจต้องการเปิดลิฟต์ให้กลับมาใช้งานโดยเร็ว แต่สภาพที่มองเห็นจากภายนอกไม่สามารถยืนยันว่าระบบไฟฟ้า เซนเซอร์ อุปกรณ์นิรภัย และชิ้นส่วนภายในปล่องลิฟต์ปลอดภัยแล้ว ความชื้น ตะกอน และคราบสกปรกอาจยังค้างอยู่ในขั้วต่อ สวิตช์ รางประตู หรืออุปกรณ์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ
หลักสำคัญคือ อย่ารีเซ็ตหรือจ่ายไฟกลับเพื่อลองเดินเครื่องเอง จนกว่าจะมีการควบคุมพื้นที่ ตรวจความเสียหาย และทดสอบตามขั้นตอนของผู้ผลิตโดยช่างหรือผู้มีความรู้ที่รับผิดชอบระบบนั้น
ก่อนเริ่มงาน ผู้ดูแลอาคารควรยืนยันว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบอนุญาตให้เข้าพื้นที่แล้ว ไม่มีความเสี่ยงจากโครงสร้าง น้ำไหลกลับ หรือไฟฟ้ารั่ว กั้นประตูชั้นและจุดเข้าถึงลิฟต์ พร้อมติดป้ายห้ามใช้งานให้เห็นชัดเจน
ผู้ที่ไม่มีหน้าที่ไม่ควรเปิดประตูชั้น ลงบ่อลิฟต์ หรือเข้าไปในพื้นที่เครื่องจักร การเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ต้องใช้ขั้นตอนความปลอดภัย เครื่องมือ และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม
คำแนะนำหลังน้ำท่วมของ GOV.UK ระบุว่าไม่ควรเปิดระบบสาธารณูปโภคกลับจนกว่าบริษัทผู้ให้บริการหรือวิศวกรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะตรวจว่าปลอดภัย หลักการเดียวกันมีความสำคัญกับลิฟต์ เพราะการจ่ายไฟให้อุปกรณ์ที่เปียกหรือปนเปื้อนอาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร ความเสียหายลุกลาม หรือสร้างอันตรายต่อผู้ตรวจ
ช่างควรควบคุมและแยกแหล่งจ่ายไฟตามขั้นตอนของสถานที่ก่อนเปิดตู้ ตรวจสาย หรือสัมผัสอุปกรณ์ ห้ามลัดวงจรอุปกรณ์นิรภัยเพื่อเร่งให้ลิฟต์กลับมาวิ่ง
ภาพถ่ายและข้อมูลจากจุดที่ปลอดภัยช่วยให้ช่างประเมินขอบเขตความเสียหายได้แม่นยำขึ้น ควรบันทึก:
อย่าล้างคราบหรือถอดชิ้นส่วนสำคัญก่อนบันทึกสภาพเดิม เว้นแต่จำเป็นเพื่อระงับอันตรายเร่งด่วน
การที่พื้นผิวแห้งไม่ได้แปลว่าฉนวน ขั้วต่อ หรือแผงวงจรภายในแห้งและพร้อมใช้งาน ช่างควรตรวจสายไฟ กล่องต่อสาย สวิตช์ เซนเซอร์ อุปกรณ์หยุดฉุกเฉิน และวงจรนิรภัยตามคู่มือของผู้ผลิต รวมถึงวัดค่าทางไฟฟ้าด้วยวิธีที่เหมาะสม
ชิ้นส่วนที่ถูกน้ำสกปรกอาจเกิดการกัดกร่อนหรือส่งสัญญาณผิดพลาดภายหลัง แม้จะทำงานได้ในครั้งแรก จึงต้องพิจารณาความสะอาด ความชื้นตกค้าง และความเหมาะสมในการซ่อมหรือเปลี่ยนเป็นรายชิ้น
บ่อลิฟต์มักเป็นจุดที่น้ำสะสมก่อนส่วนอื่น ควรตรวจบัฟเฟอร์ รางนำทาง ขายึด รอกตึง ชุดผู้ว่าความเร็ว ชูส์หรือลูกล้อ อุปกรณ์ใต้ห้องโดยสาร และจุดยึดต่าง ๆ เพื่อหารอยสนิม ตะกอน การติดขัด การเคลื่อนตัว หรือสารหล่อลื่นที่ปนเปื้อน
สำหรับลิฟต์ไฮดรอลิก ต้องประเมินกระบอก ท่อ ข้อต่อ ซีล ชุดปั๊ม และน้ำมันตามระดับน้ำจริง การตัดสินใจล้างระบบ ถ่ายน้ำมัน หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนควรอ้างอิงผลตรวจและคำแนะนำของผู้ผลิต
โคลนและตะกอนอาจค้างในรางประตู ลูกล้อ กลไกล็อก หรือสวิตช์ยืนยันการปิดประตู ทำให้ประตูฝืด ปิดไม่สนิท หรือส่งสถานะผิดพลาด วงจรอินเตอร์ล็อกเป็นอุปกรณ์นิรภัยสำคัญและต้องทำงานตามแบบ ห้ามบายพาสเพื่อทดลองวิ่ง
ควรตรวจทุกชั้นที่ระดับน้ำหรือความชื้นเข้าถึง ไม่ใช่ตรวจเฉพาะชั้นล่างที่เห็นคราบชัดเจน
แนวทางของ HSE สำหรับอุปกรณ์ยกระบุว่า หลังเหตุการณ์พิเศษที่อาจกระทบความปลอดภัย เช่น ความเสียหายหรือความล้มเหลว ควรมีการตรวจอย่างเป็นระบบโดยผู้มีความรู้ และจัดทำบันทึกข้อบกพร่อง หลักการนี้ช่วยผู้ดูแลอาคารแยก “การซ่อมบำรุง” ออกจาก “การยืนยันว่าปลอดภัยต่อการกลับมาใช้”
ข้อกำหนดทางกฎหมายแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ข้อมูล HSE ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงด้านหลักการจัดการความเสี่ยง ไม่ใช่คำยืนยันข้อกฎหมายของประเทศไทย การตัดสินใจต้องยึดกฎหมายในพื้นที่ คู่มือผู้ผลิต และผู้รับผิดชอบของอาคาร
เมื่อช่างตรวจและแก้ไขรายการสำคัญแล้ว ควรทดสอบตามขั้นตอนของผู้ผลิต เริ่มจากการตรวจวงจรและการทำงานในสภาวะที่ควบคุมได้ ก่อนทดสอบการวิ่งโดยไม่มีผู้โดยสาร ตรวจการจอดชั้น ประตู เบรก สัญญาณเตือน การสื่อสารฉุกเฉิน และอุปกรณ์นิรภัยที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรเปิดให้ผู้โดยสารใช้เพียงเพราะลิฟต์สามารถเคลื่อนที่ได้หนึ่งหรือสองเที่ยว ต้องมีผู้รับผิดชอบยืนยันผลตรวจ รายการซ่อม และเงื่อนไขการเปิดใช้งานอย่างชัดเจน
หากพบอาการเหล่านี้ ให้หยุดการทดสอบ ควบคุมพลังงาน และประเมินสาเหตุก่อนดำเนินการต่อ
หลังน้ำลด เวลาที่เหมาะสมในการเปิดลิฟต์ไม่ได้วัดจากจำนวนชั่วโมงหรือจำนวนวันที่ผ่านไป แต่ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ ผลตรวจ การซ่อม และการทดสอบของลิฟต์แต่ละระบบ อาคารควรเก็บหลักฐานและบันทึกการตัดสินใจทุกขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและช่วยติดตามความผิดปกติที่อาจเกิดภายหลัง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ น้ำท่วมกับลิฟต์ควรทำอย่างไร? 7 ขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย และ น้ำเข้าบ่อลิฟต์แล้ว อะไหล่และระบบใดเสี่ยงเสียหายบ้าง? หากต้องการให้ทีม SPC ประเมินเบื้องต้น โปรดส่งรุ่นลิฟต์ ระดับน้ำ และภาพจากจุดปลอดภัยผ่านหน้า ติดต่อ SPC
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจ ณ สถานที่ การตัดสินใจเปิดใช้งานต้องยึดคู่มือผู้ผลิต กฎหมายและข้อกำหนดในพื้นที่ และความเห็นของช่างหรือวิศวกรผู้รับผิดชอบ
การเตรียมลิฟต์ก่อนน้ำมาถึงไม่ได้หมายถึงการนำกระสอบทรายไปวางหน้าประตูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมข้อมูลเตือนภัย แผนอพยพ ระบบไฟฟ้า การระบายน้ำ การสื่อสารกับผู้ใช้อาคาร และขั้นตอนของช่างลิฟต์เข้าด้วยกัน เพราะเมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นแล้ว การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์หรือเข้าไปตรวจพื้นที่เสี่ยงอาจสายเกินไปและไม่ปลอดภัย
บทความนี้เป็นกรอบวางแผนสำหรับผู้ดูแลอาคาร ไม่ใช่คู่มือสั่งเดินหรือหยุดลิฟต์ด้วยตนเอง ขั้นตอนเกี่ยวกับการเคลื่อนตู้ลิฟต์ การตัดไฟ ตู้ควบคุม ห้องเครื่อง และบ่อลิฟต์ ต้องกำหนดร่วมกับบริษัทบำรุงรักษา ผู้ผลิต และผู้รับผิดชอบระบบไฟฟ้าของอาคารล่วงหน้า
สำรวจว่าหากน้ำเข้าพื้นที่ น้ำน่าจะมาจากทางใดก่อน เช่น ประตูอาคาร ทางลาดที่จอดรถ ท่อระบายน้ำ ห้องใต้ดิน หรือแนวผนังที่มีช่องเปิด จากนั้นระบุตำแหน่งโถงลิฟต์ บ่อลิฟต์ ห้องเครื่อง ตู้ควบคุม ตู้ไฟหลัก เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเครื่องสูบน้ำบนแผนผังเดียวกัน
อย่าประเมินความเสี่ยงจากระดับพื้นหน้าอาคารเพียงจุดเดียว เพราะบ่อลิฟต์มักอยู่ต่ำและรับน้ำจากหลายทาง ควรบันทึกเหตุการณ์เดิม ระดับน้ำสูงสุด จุดรั่ว และเวลาที่น้ำเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ตั้งจุดตัดสินใจสำหรับครั้งถัดไป
ผู้ดูแลควรติดตามประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลระดับน้ำและประกาศจากหน่วยงานท้องถิ่น แล้วแปลงคำเตือนให้เป็นการทำงานของอาคาร เช่น
แนวทาง GOV.UK แนะนำให้องค์กรกำหนด trigger point ที่สัมพันธ์กับพื้นที่จริง เช่น เมื่อน้ำถึงลานจอดรถ พร้อมระบุว่าที่แต่ละจุดใครต้องทำอะไร วิธีนี้ช่วยลดการตัดสินใจแบบเร่งด่วนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเร็ว
แผนน้ำท่วมควรระบุผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผู้ประสานบริษัทลิฟต์ ผู้ควบคุมระบบไฟฟ้า ผู้ดูแลเครื่องสูบน้ำ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และผู้สื่อสารกับผู้ใช้อาคาร พร้อมหมายเลขโทรศัพท์นอกเวลาทำการ
กำหนดผู้รับผิดชอบสำรองอย่างน้อยหนึ่งคนในแต่ละหน้าที่ และเก็บแผนไว้ทั้งแบบออนไลน์และสำเนากระดาษในตำแหน่งที่น้ำไม่ถึง ควรทดลองโทรและทบทวนรายชื่อเป็นระยะ เพราะแผนที่มีเบอร์โทรเก่าจะใช้ไม่ได้ในเวลาจำเป็น
อาคารแต่ละแห่งมีชนิดลิฟต์ ตำแหน่งห้องเครื่อง ระบบควบคุม และแหล่งจ่ายไฟต่างกัน จึงไม่ควรใช้คำสั่งเดียวกับทุกอาคาร ควรให้บริษัทบำรุงรักษาจัดทำขั้นตอนเฉพาะอย่างน้อยครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้:
อย่ารอให้น้ำเข้าบ่อลิฟต์แล้วจึงโทรถามขั้นตอน และห้ามให้พนักงานที่ไม่ได้รับอนุญาตเปิดตู้ควบคุม ตัดต่อสายไฟ หรือใช้กุญแจบริการเพื่อเคลื่อนลิฟต์เอง
การหยุดลิฟต์กระทบผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น ผู้ป่วย และผู้ที่ต้องพึ่งพาลิฟต์มากกว่าคนอื่น อาคารควรทราบล่วงหน้าว่าใครอาจต้องการความช่วยเหลือ มีเส้นทางหรือพื้นที่ปลอดภัยใดรองรับ และต้องแจ้งล่วงหน้านานเท่าใด
คู่มือของหน่วยงานนครนิวยอร์กระบุหลักสำคัญเรื่องการแจ้งผู้พักอาศัยก่อนยุติบริการลิฟต์และการวางแผนช่วยเหลือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนที่ หลักนี้ใช้เป็นแนวทางด้านการสื่อสารและความต่อเนื่อง ไม่ใช่ข้อกำหนดกฎหมายไทย อาคารควรยึดแผนฉุกเฉินและคำสั่งของหน่วยงานในพื้นที่เป็นหลัก
ตรวจอุปกรณ์กั้นน้ำ ประตูหรือแผงกั้นชั่วคราว จุดยึด ซีล และทางระบายน้ำให้พร้อมก่อนฤดูฝน อย่าวางกระสอบทรายหรือสิ่งกีดขวางจนปิดทางหนีไฟ ขวางการเข้าถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือทำให้น้ำไหลไปสร้างความเสียหายจุดอื่น
เครื่องสูบน้ำในบ่อลิฟต์หรือจุดต่ำต้องได้รับการตรวจความพร้อมจากผู้มีหน้าที่ รวมถึงแหล่งจ่ายไฟ สัญญาณเตือน และทางระบายน้ำปลายทาง การมีปั๊มไม่ได้แปลว่าจะรับน้ำได้ทุกปริมาณ จึงต้องมีแผนสำรองเมื่อปั๊มหยุดทำงานหรือไฟฟ้าดับ
FEMA แนะนำหลักการเพิ่มความทนทานโดยยกอุปกรณ์สำคัญเหนือระดับน้ำท่วมที่ออกแบบไว้ หรือป้องกันด้วยโครงสร้างและวัสดุที่เหมาะสม สำหรับอาคารเดิมควรให้วิศวกรและบริษัทลิฟต์ประเมินว่าตู้ควบคุม แผงไฟ สวิตช์ อุปกรณ์สื่อสาร อะไหล่ และเอกสารใดสามารถย้ายหรือปรับตำแหน่งได้โดยไม่ขัดกับมาตรฐานและการทำงานของระบบ
ก่อนเหตุการณ์ระยะสั้น ควรย้ายคู่มือ ประวัติซ่อม อะไหล่สำรอง เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ไม่ได้ติดตั้งถาวรออกจากพื้นหรือห้องใต้ดิน การย้ายส่วนประกอบที่ต่ออยู่กับลิฟต์ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
จัดทำแผนผังจุดตัดไฟของลิฟต์ เครื่องสูบน้ำ ระบบสื่อสาร และพื้นที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ระบุว่าอุปกรณ์ใดอยู่บนไฟปกติหรือไฟฉุกเฉิน และเมื่อปิดวงจรหนึ่งแล้วจะกระทบระบบใดบ้าง
การทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบบสำรองต้องทำตามแผนบำรุงรักษาของอาคาร ไม่ควรต่อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชั่วคราวหรือสายพ่วงใกล้น้ำ FEMA เน้นว่าการยกระดับอุปกรณ์ไฟฟ้าและการวางแผนพลังงานสำรองเป็นส่วนสำคัญของความต่อเนื่องในอาคารสำคัญ แต่ต้องออกแบบโดยผู้มีความรู้และคำนึงถึงความเสี่ยงอื่นร่วมด้วย
เริ่มจาก tabletop exercise โดยจำลองว่าได้รับประกาศฝนหนัก น้ำเริ่มเข้าลานจอดรถ ไฟฟ้าดับ และบริษัทลิฟต์เดินทางล่าช้า แล้วให้ทีมตอบว่าใครตัดสินใจ ใครโทรหาใคร ผู้ใช้อาคารได้รับแจ้งอย่างไร และต้องหยุดงานจุดใด
บันทึกช่องว่างที่พบ เช่น ไม่มีเบอร์นอกเวลา ไม่ทราบจุดตัดไฟ กุญแจอยู่กับคนเดียว หรือประกาศไม่มีหลายภาษา จากนั้นแก้แผนก่อนจัดการซ้อมจริง การซ้อมใดที่ต้องสั่งระบบลิฟต์ต้องมีบริษัทบำรุงรักษาและผู้รับผิดชอบร่วมกำกับ
แผนที่ดีต้องตอบได้ก่อนน้ำมา 5 เรื่อง: น้ำจะมาจากไหน จุดใดใช้ตัดสินใจ ใครมีหน้าที่อะไร ลิฟต์จะหยุดอย่างไร และผู้ใช้อาคารจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร การป้องกันทางกายภาพช่วยลดความเสียหายได้ แต่ต้องทำคู่กับแผนสื่อสาร ระบบไฟฟ้า การระบายน้ำ และขั้นตอนเฉพาะที่บริษัทลิฟต์รับรอง
อ่านบทความในชุดเดียวกันได้ที่ น้ำท่วมกับลิฟต์ควรทำอย่างไร? 7 ขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย, น้ำเข้าบ่อลิฟต์แล้ว อะไหล่และระบบใดเสี่ยงเสียหายบ้าง?, หลังน้ำลด เปิดลิฟต์ได้เมื่อไร? และ ก่อนเรียกช่างตรวจลิฟต์หลังน้ำท่วม ต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง? หากต้องการให้ทีม SPC ช่วยประเมินแนวทางเบื้องต้น โปรดใช้หน้า ติดต่อ SPC
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นคำแนะนำทั่วไป ไม่ใช้แทนแผนฉุกเฉินของอาคาร คู่มือผู้ผลิต การประเมินของวิศวกร หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ งานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า บ่อลิฟต์ ห้องเครื่อง ตู้ควบคุม และการเคลื่อนลิฟต์ต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้และได้รับอนุญาต
การสร้างตึกที่สูงเป็นการผสมผสานความสามารถทางเทคโนโลยีและศิลปะในการสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ที่สร้างประทับใจให้กับมนุษย์ทุกคน และอย่างที่ไม่สามารถเพียงแค่มองเห็นผ่านดวงตาได้ เพราะภายในตึกที่สูงนั้นเป็นเส้นทางที่สำคัญที่จะพาเราไปสู่ความสูงในสถานการณ์และแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิต และอีกหนึ่งสิ่งที่นับถือเป็นหัวใจของความสูงเหนือบริบทต่าง ๆ คือลิฟต์
|
สู่สุดยอดท้องฟ้า: 10 อันดับตึกสูงที่สุดในโลกและเทคโนโลยีลิฟต์ที่ทำให้ความสูงเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ"
การสร้างตึกที่สูงเป็นการเผชิญกับความท้าทายและทฤษฎีในการออกแบบและก่อสร้างที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่ง แต่เพื่อให้มันเป็นจริงต้องมีลิฟต์ที่สามารถพาผู้คนขึ้นสู่ความสูงในตึกเหล่านั้น ด้วยเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้า มาดูกันว่า 10 อันดับตึกสูงที่สุดในโลกนี้และลิฟต์ที่ทำให้การเดินทางขึ้นไปสู่สุดยอดท้องฟ้านั้นเป็นเรื่องง่ายอย่างไร
บุรจิคาลิฟ (Burj Khalifa): ตึกสูงที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ที่ดูไบ, ดูไบอังกฤษ มีความสูงกว่า 828 เมตร ด้วยลิฟต์ที่เร็วและทันสมัยที่สามารถพาคนขึ้นไปยังดาดฟ้าได้ด้วยความรวดเร็วและความปลอดภัย.
จินแจติง (Shanghai Tower): ตึกสูงที่สองในโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีความสูง 632 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่เรียกว่า TWIN ที่สามารถเคลื่อนที่ได้ในทิศทางตรงข้ามกันและสามารถขับเคลื่อนไปสู่ชั้นสูงๆ ได้.
อาบูดาบีสคัลิฟ (Abraj Al Bait Clock Tower): ตั้งอยู่ใกล้กับมักกะสัน, ซาอุดีอาระเบีย และเป็นส่วนหนึ่งของโคมเพลส มีความสูง 601 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้สามารถพาผู้คนขึ้นไปยังมาตรฐานสัญญาณอิสลามที่สำคัญได้.
เควสต์เอเชียซายเออร์ (Ping An International Finance Centre): ตึกสูงที่สี่ในโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น, ประเทศจีน มีความสูง 599 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่คล้ายกับการเข้าสู่ตัวรถยนต์.
Lotte World Tower: ตึกสูงที่ห้าในโลก ตั้งอยู่ที่โซล, เกาหลีใต้ มีความสูง 555 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้ใช้เทคโนโลยีความเร็วสูงในการขับเคลื่อน.
ตึกชิดางองค์ประชุมแห่งชาติประชาชนสหรัฐอเมริกา (One World Trade Center): ตึกที่สูงที่หกในโลก ตั้งอยู่ที่นิวยอร์กซิตี, สหรัฐอเมริกา มีความสูง 541 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้ได้รับการออกแบบให้มีประสบการณ์แห่งความท้าทายและความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์.
ตึกจูฮายอา (China Zun): ตึกที่สูงที่เจ็ดในโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเปโก้, ประเทศจีน มีความสูง 528 เมตร ลิฟต์ในตึกนี้ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและมีความปลอดภัย.
ตึกเตาหูชายแขวน (Tianjin CTF Finance Centre): ตึกที่สูงที่แปดในโลก ตั้งอยู่ที่เมืองเทียนจิ้น, ประเทศจีน มีความสูง 530 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้มีเทคโนโลยีล้ำสมัยในการเคลื่อนที่.
ตึกลินคอนแอล (LINC KL): ตึกที่สูงที่เก้าในโลก ตั้งอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย มีความสูง 468 เมตร ลิฟต์ที่ใช้ในตึกนี้เป็นเทคโนโลยีมาตรฐานสูง.
ตึกกรีนแลนด์ทาวเวอร์: ตึกที่สูงที่สิบในโลก ตั้งอยู่ที่เมืองหูเป่ย์, ไต้หวัน มีความสูง 508 เมตร ลิฟต์ในตึกนี้มีความเร็วสูงในการขับเคลื่อน.
ตึกที่สูงที่สุดในโลกเหล่านี้ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงความสำคัญของลิฟต์ที่สามารถพาผู้คนขึ้นสู่ท้องฟ้าและเปิดโอกาสให้กับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในการเดินทางไปยังสถานที่สูงสุดของโลกนี้
ลิฟต์หนึ่งตัวควรได้รับการดูแลหลายระดับ ไม่ใช่แค่รอให้ช่างเข้าตามรอบแล้วถือว่าครบ การสังเกตอาการประจำวัน การบำรุงรักษาตามแผน และการตรวจสอบสภาพโดยผู้มีความรู้ มีวัตถุประสงค์และผู้รับผิดชอบต่างกัน แต่ข้อมูลของทั้งสามส่วนควรเชื่อมต่อกัน เพื่อให้ความผิดปกติเล็ก ๆ ไม่พัฒนาเป็นเหตุขัดข้องหรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
บทความนี้ช่วยให้เจ้าของอาคาร นิติบุคคล และผู้ดูแลอาคารจัดระบบดูแลลิฟต์ได้ชัดเจนขึ้น โดยไม่ก้าวล่วงงานทางเทคนิคที่ต้องทำโดยช่างหรือผู้มีความรู้เฉพาะทาง
ในสมัยโบราณมีการใช้ระบบรอบขึ้น-รอบลง (Hoist and Winch) ซึ่งใช้เครื่องมือเดียวกับเครื่องกรองน้ำหรือบ่อแก้วเพื่อยกของขึ้นและลง โดยมักใช้พลังงานจากมนุษย์ สัตว์ หรือไฟฟ้าที่เกิดจากเครื่องกลหรือเครื่องยนต์ไอเดียว
เมื่อถึงปี คริสต์ศักราช 1800 ในยุโรปเกิดการพัฒนาของเครื่องยนต์ไอน้ำที่ใช้พลังงานจากไอน้ำเพื่อสร้างกำลังขับเคลื่อน ทำให้เกิดโอกาสในการประยุกต์ใช้เครื่องยนต์ไอน้ำในการขับเคลื่อนลิฟต์ ตัวอย่างเช่นลิฟต์ไอน้ำแบบแพลตฟอร์มขึ้นแรกในบันทึกประวัติศาสตร์ได้รับการติดตั้งที่โรงไฟฟ้าลอนดอนในประเทศอังกฤษในปี คริสต์ศักราช 1834
อย่างไรก็ตาม ลิฟต์โดยสารแบบไฮดรอลิกส์ที่ถูกพัฒนาโดยเฮเมนส์ Elisha Graves Otis ในปี ค.ศ. 1852 เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในอุตสาหกรรมลิฟต์ เนื่องจากใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ลิฟต์โดยสารแบบไฮดรอลิกส์นี้ได้รับความนิยมและการนำไปใช้ในอาคารสูงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และมีการพัฒนาต่อเนื่องในอดีตและปัจจุบันจนถึงสมัยที่เราอยู่ในปัจจุบัน

ลิฟต์โดยสารตัวแรกของโลกที่รู้จักกันมากที่สุดคือลิฟต์ไฮดรอลิกส์ (Hydraulic Lift) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดยอาจารย์เฮเมนส์ ในปี ค.ศ. 1852 และได้รับการติดตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 1857 ที่โรงแรมฟัลทัน ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
ลิฟต์ไฮดรอลิกส์เป็นลิฟต์ที่ใช้กระบวนการอัดน้ำในกระบวนการลูกสูบและกระบวนการส่งกำลังไปยังลิฟต์เพื่อยกขึ้นหรือลงลงไปในอาคาร โดยใช้กระบวนการอัดน้ำในภายใต้แรงดันเพื่อยกขึ้นหรือลงลงไปในอาคาร มีโครงสร้างที่เหมือนกับห้องเครื่องยนต์และท่อน้ำที่ใช้ในกระบวนการทำงานของลิฟต์
ลิฟต์ไฮดรอลิกส์ได้เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการยกสิ่งของและคนขึ้นลงในอาคาร นับเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างอาคารที่มีความสูง เช่น ตึกสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และอาคารที่มีชั้นมาก และได้ก่อให้เกิดการพัฒนาของลิฟต์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับการใช้งานและความต้องการของสถาปนิกและผู้ออกแบบอาคารทั่วโลกในปัจจุบัน
ในปี คริสต์ศักราช 1852 ณ New York Exposition ใน Crystal Palace (พระตำหนักคริสตัล) มีการแสดงระบบลิฟต์ที่เป็นนวัตกรรมล้ำหน้าของเฮเมนส์ (Elisha Graves Otis) โดยในการแสดงนี้เฮเมนส์ได้ทำการทดสอบและสาธิตระบบลิฟต์ที่ใช Safety Gear Break System ที่สามารถป้องกันการตกลงมาได้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้คนสามารถใช้งานลิฟต์ได้อย่างปลอดภัยในกรณีที่เส้นเชือกแขวนิลิฟต์ขาด ลิฟต์จะทำการเบรคโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ลิฟต์ตกลงมาด้านล่าง
การแสดงระบบลิฟต์ที่นิวยอร์กเอ็กซ์โพสิชันในปี 1852 เป็นที่น่าสนใจและได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมอย่างมาก เฮเมนส์ (Elisha Graves Otis)ได้เคลื่อนลิฟต์ขึ้นไปยังความสูงประมาณ 4 ชั้น ซึ่งเป็นการสาธิตว่าระบบลิฟต์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย
การแสดงระบบลิฟต์นี้สร้างความประทับใจและผลักดันให้เกิดการพัฒนาลิฟต์ในอนาคต เฮเมนส์ (Elisha Graves Otis)ได้รับความเคารพและความยอมรับในอุตสาหกรรมลิฟต์ และทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีลิฟต์ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอาคารสูงทั่วโลกในอนาคต

ถ้าลิฟต์ไม่ต้องมีสลิง และห้องโดยสารไม่ได้วิ่งแค่ขึ้นหรือลง แต่สามารถเลื่อนไปด้านข้างเพื่อเปลี่ยนปล่องได้ รูปแบบอาคารจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน? แนวคิดนี้ไม่ได้อยู่เฉพาะในภาพยนตร์อีกต่อไป เพราะระบบ MULTI ของ TK Elevator มีชุดทดสอบที่ทำงานได้จริงในหอทดสอบเมืองร็อทไวล์ ประเทศเยอรมนี
อย่างไรก็ตาม MULTI ยังไม่ใช่ลิฟต์โดยสารทั่วไปที่พบได้ตามอาคารส่วนใหญ่ บทความนี้จึงชวนดูทั้งหลักการ โอกาส และข้อจำกัด โดยแยกข้อมูลที่ทดสอบแล้วออกจากภาพอนาคตที่ยังต้องผ่านการออกแบบ รับรอง และติดตั้งให้เหมาะกับแต่ละโครงการ
เมื่อน้ำเข้าบ่อลิฟต์ ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่ที่อุปกรณ์ซึ่งจมอยู่ในน้ำเท่านั้น ความชื้น ตะกอน โคลน และสิ่งปนเปื้อนอาจเดินทางตามสายไฟ ขั้วต่อ และพื้นผิวโลหะ ทำให้เกิดไฟรั่ว ฉนวนเสื่อม สนิม หรือความผิดปกติที่ยังไม่แสดงอาการในทันที
ดังนั้น แม้น้ำลดแล้วและพื้นที่ดูแห้ง ลิฟต์ก็ไม่ควรถูกรีเซ็ตหรือทดลองวิ่งจนกว่าช่างผู้มีความรู้จะตรวจอุปกรณ์ตามระดับน้ำจริง รุ่นลิฟต์ และคู่มือของผู้ผลิต บทความนี้อธิบายส่วนประกอบที่มักอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และสิ่งที่ผู้ดูแลอาคารควรบันทึกเพื่อช่วยให้การประเมินทำได้รวดเร็วขึ้น
น้ำท่วมหนึ่งครั้งมักเผยให้เห็นจุดอ่อนของอาคารมากกว่าหนึ่งจุด ตั้งแต่ทางลาดและช่องเปิดที่น้ำไหลเข้า ระบบระบายน้ำที่รองรับไม่ทัน น้ำย้อนจากท่อ ไปจนถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบควบคุมที่อยู่ต่ำเกินไป หากซ่อมเฉพาะชิ้นส่วนที่เสียโดยไม่แก้สาเหตุเดิม เหตุการณ์ครั้งต่อไปอาจสร้างความเสียหายซ้ำในตำแหน่งเดิม
บทความตอนสุดท้ายของชุด “ลิฟต์กับน้ำท่วม” จึงชวนผู้ดูแลอาคารเปลี่ยนจากการรับมือเฉพาะหน้าไปสู่แผนลดความเสี่ยงระยะยาว แนวทางต่อไปนี้เป็นกรอบสำหรับสำรวจและวางแผน ไม่ใช่แบบก่อสร้างหรือคำสั่งให้ดัดแปลงลิฟต์เอง งานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และส่วนประกอบของลิฟต์ต้องให้วิศวกร ผู้ผลิต หรือบริษัทบำรุงรักษาที่มีคุณสมบัติประเมินร่วมกัน
หลังสถานการณ์ปลอดภัย ควรรวบรวมภาพถ่าย เวลา ระดับน้ำสูงสุด และลำดับที่น้ำเข้าพื้นที่ แล้วทำเครื่องหมายบนแผนผังอาคาร จุดที่ควรบันทึก ได้แก่ ประตูและทางลาด ช่องเดินท่อ รอยต่อผนัง ห้องใต้ดิน ท่อระบายน้ำ โถงลิฟต์ บ่อลิฟต์ ห้องเครื่อง ตู้ไฟ และตำแหน่งเครื่องสูบน้ำ
ข้อมูลจากเหตุการณ์จริงช่วยแยกได้ว่าน้ำมาจากผิวถนน น้ำฝนสะสม น้ำใต้ดิน หรือการไหลย้อนจากระบบท่อ เพราะแต่ละสาเหตุต้องใช้วิธีแก้ต่างกัน อย่าสรุปจากจุดที่เห็นน้ำขังเพียงจุดเดียว เนื่องจากน้ำอาจเดินทางตามราง สายท่อ หรือช่องบริการก่อนปรากฏในบ่อลิฟต์
ควรเชื่อมข้อมูลนี้กับบทความ ก่อนเรียกช่างตรวจลิฟต์หลังน้ำท่วม ต้องเตรียมข้อมูลและถ่ายรูปอะไรบ้าง? เพื่อให้หลักฐานที่เก็บไว้ใช้ได้ทั้งกับการซ่อมและการวางแผนป้องกัน
แนวคิดด้านความทนทานต่อน้ำท่วมแบ่งได้เป็นสองส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือ flood resistance หรือการลดโอกาสที่น้ำจะเข้าสู่อาคาร เช่น ปรับระดับธรณี ติดตั้งประตูกั้นน้ำ ปิดผนึกช่องเดินท่อ หรือใช้วาล์วกันน้ำย้อน ส่วนที่สองคือ flood resilience หรือการทำให้อาคารเสียหายน้อยและกลับมาใช้งานได้เร็ว หากน้ำยังเข้ามาได้
การพึ่งแผงกั้นน้ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และการกั้นน้ำสูงเกินขีดความสามารถของโครงสร้างอาจสร้างแรงดันต่อผนังหรือพื้น GOV.UK จึงแนะนำให้มาตรการกันน้ำและมาตรการฟื้นตัวถูกออกแบบร่วมกัน โดยผู้เชี่ยวชาญต้องพิจารณาระดับน้ำ ระยะเวลา ความเร็วของน้ำ และความมั่นคงของอาคาร
ระบบระบายน้ำที่ดีต้องพิจารณาทั้งทางที่น้ำเข้าบ่อพัก กำลังของเครื่องสูบน้ำ แหล่งจ่ายไฟ ระบบแจ้งเตือน และปลายทางที่สูบน้ำออก การเพิ่มปั๊มโดยไม่ตรวจขนาดท่อหรือทางระบายปลายทางอาจไม่ช่วยเมื่อฝนหนัก และอาจส่งน้ำไปสร้างปัญหาในพื้นที่อื่น
จุดที่ควรให้ผู้รับผิดชอบตรวจประกอบด้วย:
งานเหล่านี้ไม่ควรเชื่อมต่อหรือแก้ไขโดยพนักงานทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อตำแหน่งใกล้บ่อลิฟต์หรือวงจรไฟฟ้า
FEMA ระบุว่าช่องที่ท่อและสายสาธารณูปโภคผ่านเข้าตัวอาคารเป็นเส้นทางน้ำที่ต้องประเมิน ช่องว่างรอบท่อ รางสาย หรือภายในท่อร้อยสายอาจทำให้น้ำเดินทางข้ามห้องได้ แม้ประตูด้านหน้าจะมีกำแพงกั้นน้ำแล้วก็ตาม
ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพซีลและวัสดุปิดช่องทั้งหมด รวมถึงการเคลื่อนตัวหรือการเสื่อมตามอายุ ห้ามอุดช่องระบายหรือช่องที่ออกแบบไว้เพื่อความปลอดภัยโดยไม่เข้าใจหน้าที่ และอย่าใช้วัสดุชั่วคราวกับตำแหน่งที่ต้องทนไฟหรือรักษาค่าการป้องกันเฉพาะของผนัง
หลักสำคัญของ FEMA และแนวทาง GOV.UK คือการย้ายหรือยกระดับอุปกรณ์ที่เสียหายง่ายให้พ้นระดับน้ำท่วมที่ใช้ในการออกแบบ อาจรวมถึงตู้ไฟ จุดควบคุม สวิตช์ สายสัญญาณ ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์สำรองบางประเภท แต่ระดับที่เหมาะสมต้องมาจากการประเมินพื้นที่จริง ไม่ควรคัดลอกตัวเลขจากต่างประเทศมาใช้เป็นข้อกำหนดของอาคารไทยโดยตรง
สำหรับระบบลิฟต์ การย้ายตู้ควบคุม เซนเซอร์ สายไฟ หรืออุปกรณ์ภายในปล่องอาจกระทบการทำงานและการรับรองระบบ จึงต้องหารือกับผู้ผลิตหรือบริษัทบำรุงรักษาและวิศวกรไฟฟ้าก่อนเสมอ การปรับปรุงต้องรักษาการเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุง การระบายอากาศ และระยะปลอดภัยทางไฟฟ้า
แผงกั้นน้ำแบบถอดได้มีประโยชน์กับอาคารเดิมบางแห่ง แต่จะทำงานได้ต่อเมื่อมีพื้นที่จัดเก็บ อุปกรณ์ครบ คนติดตั้งรู้วิธี ซีลยังอยู่ในสภาพดี และมีเวลาเตือนเพียงพอ ก่อนเลือกใช้ควรทดสอบว่าติดตั้งได้จริงในเวลากลางคืนหรือช่วงคนไม่ครบทีม
ทุกจุดควรมีรหัส ตำแหน่งจัดเก็บ รายชื่อผู้รับผิดชอบ และภาพวิธีติดตั้ง การติดตั้งต้องไม่ขวางทางหนีไฟ การช่วยเหลือผู้พิการ หรือการเข้าถึงอุปกรณ์ฉุกเฉิน หากแผงกั้นอยู่หน้าโถงลิฟต์ ต้องประสานแผนหยุดใช้ลิฟต์และการกั้นพื้นที่ให้เป็นขั้นตอนเดียวกัน
ติดตาม ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูลของหน่วยงานท้องถิ่น แต่ไม่ควรหยุดเพียงการส่งลิงก์ให้กลุ่มแชต อาคารควรกำหนด trigger ที่ตรวจสอบได้ เช่น ระดับน้ำที่จุดเฝ้าระวัง ปริมาณน้ำในบ่อพัก หรือเวลาที่คาดว่าน้ำจะถึงทางลาด
เมื่อถึงแต่ละระดับ ต้องรู้ว่าใครโทรหาบริษัทลิฟต์ ใครเตรียมแผงกั้น ใครแจ้งผู้ใช้อาคาร และใครมีอำนาจสั่งหยุดบริการ เกณฑ์เหล่านี้ควรสอดคล้องกับ เช็กลิสต์เตรียมลิฟต์ก่อนน้ำท่วม และขั้นตอนเฉพาะที่ช่างลิฟต์รับรองไว้
มาตรการป้องกันน้ำท่วมไม่ใช่งานติดตั้งครั้งเดียวแล้วจบ ซีลเสื่อม ปั๊มติดขัด แบตเตอรี่หมด วาล์วไม่ขยับ หรืออุปกรณ์กั้นน้ำสูญหายได้ ควรรวมรายการเหล่านี้ในแผนบำรุงรักษา พร้อมวันที่ตรวจ ผลทดสอบ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดแก้ไข
อย่างน้อยปีละครั้ง ให้จัดการซ้อมบนโต๊ะโดยจำลองฝนหนัก ไฟฟ้าดับ ปั๊มหลักหยุดทำงาน และช่างลิฟต์มาถึงล่าช้า จากนั้นดูว่าทีมยังติดต่อกันได้หรือไม่ ติดตั้งอุปกรณ์ทันหรือไม่ และผู้ที่ต้องพึ่งพาลิฟต์ได้รับความช่วยเหลืออย่างไร หากการซ้อมต้องสั่งงานลิฟต์หรือระบบไฟฟ้าจริง ต้องมีผู้เชี่ยวชาญควบคุม
เป้าหมายของการปรับปรุงระยะยาวไม่ใช่รับประกันว่าน้ำจะไม่เข้าทุกกรณี แต่คือการลดโอกาสเกิดเหตุ ลดความเสียหายต่อระบบสำคัญ รักษาความปลอดภัยของคน และทำให้อาคารฟื้นกลับมาใช้งานได้เร็วขึ้น จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือข้อมูลจากเหตุการณ์จริง แล้วให้ผู้ดูแลอาคาร วิศวกรระบบ บริษัทลิฟต์ และผู้เกี่ยวข้องวางแผนร่วมกันเป็นชุดเดียว
หากเกิดน้ำเข้าบ่อลิฟต์แล้ว ควรอ่าน น้ำเข้าบ่อลิฟต์แล้ว อะไหล่และระบบใดเสี่ยงเสียหายบ้าง? และติดต่อบริษัทบำรุงรักษาเพื่อประเมินก่อนสั่งใช้งาน
คำเตือนด้านความปลอดภัย: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่แบบวิศวกรรม คู่มือผู้ผลิต หรือข้อกำหนดกฎหมายสำหรับอาคารใดอาคารหนึ่ง ห้ามลงบ่อลิฟต์ เปิดตู้ควบคุม สัมผัสอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือดัดแปลงระบบลิฟต์โดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต
แนะนำปรึกษา
สอบถามข้อมูล:
โทร : 081 6410399
อีเมล : th@spcpartlifts.com
ไลย์ : @680aczyk (มี @ ด้วยค่ะ)